อาหารประเภทต่าง ๆ ที่รับประทานในแต่ละวัน จำแนกออกได้เป็นหมู่ใหญ่ ๆ คืออาหารหลัก 5 หมู่ นั้นได้แก่

  1. อาหารประเภทโปรตีน เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่ว เป็นต้น
  2. อาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต เช่น ข้าว แป้งและน้ำตาล เป็นต้น
  3. อาหารประเภทไขมัน เช่น น้ำมันพืช เนย กะทิ เป็นต้น
  4. และ 5. อาหารประเภทเกลือแร่และวิตามิน ซึ่งพบมากในผักใบเขียวและผลไม้

โปรตีน

โปรตีน

  1. สร้างเนื้อเยื่อต่างๆและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ในอวัยวะต่างๆ
  2. เป็นส่วนประกอบของน้ำย่อย และฮอร์โมน
  3. เป็นส่วนประกอบของสารเคมีที่สามารถต้านทานโรค
  4. ให้พลังงาน คือ โปรตีน 1 กรัม ให้พลังงานประมาณ 4 แคลอรี
  5. ร่างกายสามารถใช้โปรตีนแทนคาร์โบไฮเดรตได้

คาร์โบไฮเดรต

คาร์โบไฮเดรต

  1. ให้พลังงานและความร้อน คาร์โบไฮเดรต 1 กรัม ให้พลังงานประมาณ 4 แคลอรี
  2. ช่วยให้การใช้ไขมันในร่างกายดำเนินไปอย่างปกติ ถ้าคาร์โบไฮเดรตมีไม่ เพียงพอใน อาหารเพิ่มความสูง การใช้ไขมันในร่างกายจะไม่สมบูรณ์ด้วย
  3. คาร์โบไฮเดรตบางชนิด เช่น กลูโคส เป็นอาหารของเซลล์และเนื้อเยื่อในสมอง
  4. โมเลกุลของกลูโคส ใช้ในการสังเคราะห์กรดอะมิโนในร่างกาย
  5. ร่างกายสามารถเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตที่เหลือเป็นไขมันได้ และจะถูกสะสมใน ร่างกาย ดังนั้นไม่ควรได้รับคาร์โบไฮเดรตมากเกินไป

ไขมัน

ไขมัน

  1. ให้พลังงานมากกว่าสารอาหารประเภทอื่นๆคือไขมัน 1 กรัมจะให้พลังงาน 9 แคลรี่
  2. ไขมันในอาหารช่วยให้อาหารนุ่มขึ้น และอร่อยขึ้น
  3. ช่วยละลายวิตามิน(เอ ดี อี เค) และช่วยดูดซึมวิตามินดังกล่าวในระบบทางเดิน  อาหาร ถ้าขาดไขมัน ก็จะทำให้วิตามินในร่างกายไม่ได้นำไปใช้ ประโยชน์ได้เท่าที่ควร
  4. ไขมันย่อยได้ช้ากว่าคาร์โบไฮเดรตและโปรตีน  ทำให้อยู่ในกระเพาะอาหารเป็น เวลานานกว่า ทำให้รู้สึกอิ่มได้นาน
  5. ไขมันในร่างกายช่วยป้องกันการกระทบกระเทือนของอวัยวะภายในได้
  6. เป็นสื่อความร้อนที่ไม่ดี ทำให้ช่วยป้องกันการสูญเสียความร้อนภายในร่างกายเพิ่มความสูง
  7. ในน้ำมันพืช จะให้กรดไขมันที่ดีต่อร่างกาย

วิตามิน

วิตามิน

วิตามินเป็นสารอาหารที่ไม่ได้ให้พลังงานหรือใช้สร้างเนื้อเยื่อของร่างกายโดยตรง แต่ก็มีความจำเป็นต่อร่างกาย มีอยู่หลายชนิด มีแหล่งที่มาและประโยชน์แตกต่างกันไป      หากแบ่งตามคุณสมบัติของการละลาย จะแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ

  1. วิตามินที่ละลายในไขมัน ได้แก่ วิตามิน เอ ดี อี เค
  2. วิตามินที่ละลายในน้ำ ได้แก่ วิตามินซี และวิตามินบีรวม  ช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย  ช่วยให้ร่างกายเพิ่มความสูงทำงานได้ตามปกติ
  3. ช่วยสร้างภูมิต้านทานโรค  วิตามินเอ ค้นพบโดย ดร. อี.วี. แมคคอลลัม (E.V. McCollum) นักวิทยาศาสตร์ชาวสหรัฐอเมริกา ประโยชน์ของวิตามินเอมีดังนี้ หากขาดจะทำให้เป็นโรคมองไม่เห็นในที่มืดช่วยป้องกันการแพ้แสงสว่างของบางคน ผู้ที่ต้องการวิตามินเอมาก คือผู้ที่ต้องใช้สายตามาก

เกลือแร่

เกลือแร่

ร่างกายมีเกลือแร่ 4% ของน้ำหนักร่างกายทั้งหมด เกลือแร่ที่ร่างกายต้องการมี   ดังต่อไปนี้

  • แคลเซียม เป็นส่วนประกอบสำคัญของกระดูกและฟัน ช่วยควบคุมการ  ทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อเพิ่มความสูงและหัวใจ เป็นธาตุที่จำเป็นในการแข็งตัวของ เลือด มีอยู่มากในนม และเนื้อสัตว์ประเภทที่กินได้ทั้งกระดูก เช่น กุ้งแห้ง ปลาเล็กปลาน้อย   หญิงมีครรภ์ หญิงให้นมบุตร และทารกที่กำลังเจริญเติบโตไปจนถึงวัยรุ่นควรกินแคลเซียม มากกว่าปกติ
  • เหล็ก เป็นตัวนำออกซิเจนไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย เป็นส่วนประกอบของ เม็ดเลือดแดงในส่วนที่เรียกว่า ฮีโมโกลบินซึ่งเป็นตัวพาออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆของ ร่างกาย และพาคาร์บอนไดออกไซด์กลับไปยังปอดเพื่อขับถ่ายออกในรูปการหายใจ ใน ประเทศร้อน เมื่อเหงื่อออกมาก อาจมีการสูญเสียเหล็กออกไปกับเหงื่อได้ อาหารที่มีเหล็ก มากได้แก่ เครื่องในสัตว์ ถั่วเมล็ด ผักใบเขียวบางชนิด
  • ไอโอดีน ส่วนใหญ่ไอโอดีนจะอยู่ในต่อมไทรอยด์ ซึ่งอยู่ที่คอส่วนล่าง ต่อม ไทรอยด์เป็นต่อมไร้ท่อ มีหน้าที่สังเคราะห์ฮอร์โมนไทรอกซิน ถ้าหากร่างกายมีการขาด ไอโอดีนตั้งแต่เด็ก จะทำให้เป็นโรคเอ๋อ ร่างกายแคระแกร็น และเป็นโรคคอพอก อาหารที่ มีไอโอดีนได้แก่ อาหารทะเล และเกลืออนามัย วัยรุ่น หญิงมีครรภ์ และหญิงให้นมบุตร  ต้องการไอโอดีนสูงเป็นต้น