การใช้ยาผิดและการติดยา

การใช้ยาผิดและการติดยา

การใช้ยาผิด หมายถึง การใช้ยาที่ไม่ตรงกับโรค บุคคล เวลา วิธี และขนาด ตลอดจนจุดประสงค์ของการใช้ยานั้นในการรักษาโรค

ดังเช่น การใช้ยาบารฺบิทูเรตเพื่อให้นอนหลับสบาย โดยอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ถือว่าเป็นการใช้ยาถูกต้อง แต่ถ้าใช้ยาบารฺบิทูเรตจำนวนเดิมเพื่อให้เคลิบเคลิ้มเป็นสุข (Euphoria) ถือว่าเป็นการใช้ยาผิด

การติดยา หมายถึง การใช้ยาติดต่อกันไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง แล้วอวัยวะของร่างกายโดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบประสาท ได้ยอมรับยาขนานนั้นเข้าไว้เป็นสิ่งหนึ่งที่จำเป็น สำหรับเมตาบอลิซึมของอวัยวะนั้น ๆ     ซึ่งถ้าหากหยุดยาหรือได้รับยาไม่เพียงพอจะเกิดอาการขาดยา หรืออาการถอนยา (Abstinence or Withdrawal Syndrome) ซึ่งแบ่งได้เป็นอาการทางกาย และอาการทางจิตใจ

สาเหตุที่ทำให้เกิดการใช้ยาผิดหรือการติดยา อาจเนื่องมาจาก

  1. ความเชื่อที่ว่ายานั้นสามารถแก้โรคหรือปัญหาต่างๆ ได้
  2. สามารถซื้อยาได้ง่ายจากแหล่งต่างๆ
  3. มีความพึงพอใจในฤทธิ์ของยาที่ทำให้รู้สึกเคลิบเคลิ้มเป็นสุข
  4. การทำตามอย่างเพื่อน เพื่อให้เข้ากับกลุ่มได้ หรือเพื่อให้รู้สึกว่าตนเองทันสมัย
  5. ความเชื่อที่ว่ายานั้นช่วยให้มีความสามารถและสติปัญญาดีขึ้น
  6. ความไม่พอใจในสภาพหรือสังคมที่เป็นอยู่ หรือความรู้สึกต่อต้านวัฒนธรรม
  7. การหลงเชื่อคำโฆษณาสรรพคุณของยานั้น

การใช้ยาผิดแบ่งตามลักษณะการใช้โดยสังเขปได้เป็น 2 ประการ คือ

  1. ใช้ผิดทาง ไม่เป็นไปเพื่อการรักษาโรค ดังเช่น ใช้ยาปฏิชีวนะเสมือนหนึ่งเป็นการลดไข้ ยาเพิ่มความสูง ชาวนาใช้ขี้ผึ้งเพนิซิลลินทาแทนวาสลินเพื่อกันผิวแตก ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการแพ้จนถึงแก่ชีวิตได้ โดยทั่วไปแพทย์จะให้น้ำเกลือและยาบำรุงเข้าเส้นต่าง ๆ เฉพาะผู้ที่ป่วยเท่านั้น แต่ผู้ที่มีสุขภาพดีเพิ่มความสูงกลับนำไปใช้อย่างกว้างขวาง ซึ่งนอกจากจะไม่ให้ประโยชน์แล้วยังเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
  2. ใช้พร่ำเพรื่อ เป็นระยะเวลานานๆ จนติดยา ดังเช่น การใช้ยาลดไข้แก้ปวด ซึ่งมีส่วนผสมของแอสไพริน เฟนาเซติน และหัวกาแห เพื่อรักษาอาการปวดเมื่อยหรือทำให้จิตใจเป็นสุข ถ้าใช้ติดต่อกันนาน ๆ ทำให้ติดยาและสุขภาพทรุดโทรม นอกจากนี้ การใช้ยานอนหลับ ยาระงับประสาท ยากล่อมประสาท กัญชา โคเคน แอมแฟตามีน โบรไมด์ การสูดกาวสารทำให้เกิดประสาทหลอนติดต่อกันเป็นเวลานานจะทำให้ติดยาได้

.

.