การสืบพันธุ์เป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์ดำรงเผ่าพันธุ์อยู่ได้ ซึ่งต้องอาศัยองค์ประกอบสำคัญ เช่น เพศชายและเพศหญิง แต่ละเพศจะมีโครงสร้างของเพศ และการสืบพันธุ์ซึ่งแตกต่างกัน

  • ระบบสืบพันธุ์ของเพศชาย

อวัยวะสืบพันธุ์ของเพศชายส่วนใหญ่จะอยู่ภายนอกลำตัว ประกอบด้วยส่วนที่สำคัญๆ ดังนี้

  • ลึงค์หรือองคชาต (Penis) เป็นอวัยวะสืบพันธุ์ของเพศชาย รูปทรงกระบอก อยู่ด้านหน้าของหัวหน่าว บริเวณด้านหน้าตอบบนถึงอัณฑะ มีลักษณะยื่นออกมา ประกอบด้วยกล้ามเนื้อที่เหนียวแต่มีลักษณะนุ่ม และอวัยวะส่วนนี้สามารถยืดและหดได้ โดยทั่วไปแล้วลึงค์จะมีขนาดปกติยาวประมาณ 5 – 6 เซนติเมตร และมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2.5 เซนติเมตร ที่บริเวณตอนปลายลึงค์จะมีเส้นประสาทและหลอดเลือดมาเลี้ยงอยู่เป็นจำนวนมาก จึงทำให้รู้สึกไวต่อการสัมผัส เมื่อมีความต้องการทางเพศเกิดขึ้น ลึงค์จะแข็งตัวและเพิ่มขนาดขึ้นประมาณเท่าตัว เนื่องมาจากการไหลคั่งของเลือดที่บริเวณนี้มีมาก และในขณะที่ลึงค์แข็งตัวนั้น จะพบว่าต่อมเล็กๆ ที่อยู่ในท่อปัสสาวะจะผลิตน้ำเมือกเหนียวๆ ออกมา เพื่อช่วยในการหล่อลื่นและทำให้ตัวอสุจิสามารถไหลผ่านออกสู่ภายนอกได้ เพิ่มความสูง
  • อัณฑะ (Testis) ประกอบด้วยถุงอัณฑะ เป็นถุงที่ห่อหุ้มต่อมอัณฑะไว้ มีลักษณะเป็นผิวหนังบางๆ สีคล้ำและมีรอยย่น ถุงอัณฑะจะห้อยติดอยู่กับกล้ามเนื้อชนิดหนึ่ง และจะหดหรือหย่อนตัวเมื่ออุณหภูมิของอากาศเปลี่ยนแปลง เพื่อช่วยรักษาอุณหภูมิภายในถุงอัณฑะให้เหมาะสมกับการสร้างตัวอสุจิ ต่อมอัณฑะมีอยู่ 2 ข้าง ทำหน้าที่ผลิตเซลล์เพศชายหรือเชื้ออสุจิ (Sperm) มีลักษณะรูปร่างคล้ายกับไข่ไก่ฟองเล็กๆ มีความยาวประมาณ 4 เซนติเมตร หนาประมาณ 2 – 3 เซนติเมตร และหนักประมาณ 15 – 30 กรัม โดยปกติแล้วต่อมอัณฑะข้างซ้ายจะใหญ่กว่าต่อมอัณฑะข้างขวาเล็กน้อย ต่อมอัณฑะทั้งสองจะบรรจุอยู่ภายในถุงอัณฑะ (Scrotum)

ภายในลูกอัณฑะจะมีหลอดเล็กๆ จำนวนมาก ขดเรียงกันอยู่เป็นตอนๆ เรียกว่า หลอดสร้างเชื้ออสุจิ (Seminiferous tabules) มีหน้าที่ผลิตฮอร์โมนเพศชายและตัวอสุจิ ส่วนที่ด้านหลังของต่อมอัณฑะแต่ละข้าง จะมีกลุ่มของหลอดเล็กๆ อีกมากมายขดไปขดมา ซึ่งเรียกว่า หลอดเก็บตัวอสุจิ หรือกลุ่มหลอดอสุจิ (Epididymis) ซึ่งทำหน้าที่เก็บเชื้ออสุจิชั่วคราว เพื่อให้เชื้ออสุจิเจริญเติบโตได้เต็มที่

  • ท่อนำตัวอสุจิ (Vas deferens) อยู่เหนืออัณฑะ เป็นท่อยาวประมาณ 18 นิ้วฟุต ซึ่งต่อมาจากท่อพักตัวอสุจิ ท่อนี้จะเป็นช่องทางให้ตัวอสุจิ (Sprem) ไหลผ่านจากท่อพักตัวอสุจิไปยังท่อของถุงเก็บอสุจิ
  • ท่อพักตัวอสุจิ (Epidiymis) อยู่เหนือท่อนำตัวอสุจิ ท่อนี้มีลักษณะคล้ายรูปดวงจันทร์ครึ่งซีก ซึ่งห้อยอยู่ติดกับต่อมอัณฑะ ส่วนบนค่อนข้างจะใหญ่เรียกว่า หัว (Head) จากหัวเป็นตัว (Body) และเป็นหาง (Tail) นอกจากนี้ ท่อนี้ยังประกอบด้วยท่อที่คดเคี้ยวจำนวนมาก เมื่อตัวอสุจิถูกสร้างขึ้นมาแล้วจะถูกส่งเข้าสู่ท่อนี้ เพื่อเตรียมที่จะออกมาสู่ท่อปัสสาวะ
  • ต่อมลูกหมาก (Prostate gland) มีลักษณะคล้ายลูกหมาก เป็นต่อมที่หุ้มส่วนแรกของท่อปัสสาวะไว้ และอยู่ใต้กระเพาะปัสสาวะ ต่อมนี้ทำหน้าที่หลั่งของเหลวที่มีลักษณะคล้ายนม มีฤทธิ์เป็นด่างอย่างอ่อน ซึ่งขับออกไปผสมกับน้ำอสุจิที่ถูกฉีดเข้ามาในท่อปัสสาวะ ของเหลวดังกล่าวนี้จะเข้าไปทำลายฤทธิ์กรดจากน้ำเมือกในช่องคลอดเพศหญิง เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวอสุจิถูกทำลายด้วยสภาพความเป็นกรดและเพื่อให้เกิดการปฏิสนธิขึ้น

เซลล์สืบพันธุ์เพศชายซึ่งเรียกว่า “ตัวอสุจิหรือสเปอร์ม” นั้น จะถูกสร้างขึ้นในท่อผลิตตัวอสุจิ เพิ่มความสูง (Seminiferous tubules) ของต่อมอัณฑะ ตัวอสุจิมีรูปร่างลักษณะคล้ายลูกอ๊อดหรือลูกกบแรกเกิดประกอบด้วยส่วนหัวซึ่งมีขนาดโต ส่วนคอคอดเล็กกว่าส่วนหัวมาก และส่วนของหางเล็กยาวเรียว ซึ่งใช้ในการแหวกว่ายไปมา มีขนาดลำตัวเยาวประมาณ 0.05 มิลลิเมตร ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าไข่ของเพศหญิงหลายหมื่นเท่า หลังจากตัวอสุจิถูกสร้างขึ้นในท่อผลิตตัวอสุจิแล้วจะฝังตัวอยู่ในท่อพักตัวอสุจิจนกว่าจะเจริญเต็มที่ ต่อจากนั้นจะเคลื่อนที่ไปยังถุงเก็บตัวอสุจิ ในระยะนี้ต่อมลูกหมากและต่อมอื่นๆ จะช่วยกันผลิตและส่งของเหลวมาเลี้ยงตัวอสุจิ และจะสะสมไว้จนถึงระดับหนึ่ง ถ้าหากไม่มีการระบายออกด้วยการมีเพศสัมพันธ์ ร่างกายก็จะระบายออกมาเอง โดยให้น้ำอสุจิเคลื่อนออกมาตามท่อปัสสาวะในขณะที่กำลังนอนอยู่ ซึ่งเป็นการลดปริมาณน้ำอสุจิให้น้อยลงตามธรรมชาติตัวอสุจิประกอบด้วยส่วนหัวที่มีนิวเคลียสอยู่เป็นที่เก็บสารพันธุกรรม ปลายสุดของหัวมีเอนไซม์ย่อยผนังเซลล์ไข่ หรือเจาะไข่เพื่อผสมพันธุ์ ถัดจากหัวเป็นส่วนของหางใช้ในการเคลื่อนที่ของตัวอสุจิ

ระบบสืบพันธุ์ของเพศหญิง

  • ระบบสืบพันธุ์ของเพศหญิง

อวัยวะสืบพันธุ์ของเพศหญิงส่วนใหญ่จะอยู่ภายในลำตัว ประกอบด้วยส่วนที่สำคัญๆ ดังนี้

  • ช่องคลอด (Vagina) อยู่ส่วนล่างของท้อง มีลักษณะเป็นโพรงซึ่งมีความยาว 3 – 4 นิ้วฟุต ผนังด้านหน้าของช่องคลอดจะติดอยู่กับกระเพาะปัสสาวะ ส่วนผนังด้านหลังจะติดกับส่วนปลายของลำไส้ใหญ่ ซึ่งอยู่ใกล้ทวารหนัก ที่ช่องคลอดนั้นมีเส้นประสาทมาเลี้ยงเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่บริเวณรอบรูเปิดช่องคลอด นอกจากนี้ รูเปิดของท่อปัสสาวะในเพศหญิงนั้นจะเปิดตรงเหนือช่องคลอดขึ้นไปเล็กน้อย
  • คลิทอริส (Clitoris) เป็นปุ่มเล็กๆ ซึ่งอยู่บนสุดของรูเปิดช่องคลอด มีลักษณะเหมือนกับลึงค์ (Penis) ของเพศชายเกือบทุกอย่าง แต่ขนาดเล็กกว่าและแตกต่างกันตรงที่ว่าท่อปัสสาวะของเพศหญิงจะไม่ผ่านผ่ากลางคลิทอริสเหมือนกับในลึงค์ ประกอบด้วยหลอดเลือดและเส้นประสาทต่างๆ มาเลี้ยงมากมายเป็นเนื้อเยื่อที่ยืดได้หดได้ และไวต่อความรู้สึกทางเพศ ซึ่งเปรียบได้กับปลายลึงค์ของเพศชาย
  • มดลูก (Uterus) เป็นอวัยวะที่ประกอบด้วยกล้ามเนื้อ และมีลักษณะภายในกลวง มีผนังหนาอยู่ระหว่างกระเพาะปัสสาวะซึ่งอยู่ข้างหน้าและส่วนปลายลำไส้ใหญ่ (อยู่ใกล้ทวารหนัก) ซึ่งอยู่ข้างหลังไข่จะเคลื่อนตัวลงมาตามท่อรังไข่ เข้าไปในโพรงของมดลูก ถ้าไข่ได้ผสมกับอสุจิแล้วจะมาฝังตัวอยู่ในผนังของมดลูกที่หนาและมีเลือดมาเลี้ยงเป็นจำนวนมาก ไข่จะเจริญเติบโตเป็นตัวอ่อนตรงบริเวณนี้เพิ่มความสูง
  • รังไข่ (Ovary) มีอยู่ 2 ต่อม ซึ่งอยู่ในโพรงของอุ้งเชิงกราน มีรูปร่างค่อนข้างกลมเล็ก มีน้ำหนักประมาณ 2 – 3 กรัม ขณะที่ยังเป็นตัวอ่อนต่อมรังไข่จะเจริญเติบโตในโพรงของช่องท้อง และเมื่อคลอดออกมาบางส่วนอยู่ในช่องท้อง และบางส่วนจะอยู่ใช้อุ้งเชิงกราน ต่อมาจะค่อยๆ เคลื่อนลดลงต่ำลงมาอยู่ในอุ้งเชิงกราน นอกจากนี้ ต่อมรังไข่จะหลั่งฮอร์โมนเพศหญิงออกมาทำให้ไข่สุก และเกิดการตกไข่
  • ท่อรังไข่ (Fallopain tubes) ภายหลังที่ไข่หลุดออกจากส่วนที่ห่อหุ้ม (follicle) แล้วไข่จะผ่านเข้าสู่ท่อรังไข่ ท่อนี้ยาวประมาณ 6 – 7 เซนติเมตร ปลายข้างหนึ่งมีลักษณะคล้ายกรวยซึ่งอยู่ใกล้กับรังไข่ ส่วนปลายอีกข้างหนึ่งนั้นจะเรียวเล็กลงและไปติดกับมดลูก ท่อรังไข่จะทำหน้าที่นำไข่เข้าสู่มดลูก โดยอาศัยการพัดโบกของขนที่ปากท่อ (Fimbriated end of tube) ซึ่งทำหน้าที่คล้ายกับนิ้วมือจับไข่ใส่ไปในท่อรังไข่และอาศัยการหดตัวของกล้ามเนื้อเรียบ

เซลล์สืบพันธุ์เพศหญิงหรือไข่นั้น สร้างโดยรังไข่ ไข่จะเริ่มสุกโดยการกระตุ้นของฮอร์โมนจากต่อมพิทูอิทารี เพื่อเตรียมที่จะสืบพันธุ์ต่อไป รังไข่แต่ละข้างจะผลิตไข่สลับกันข้างละประมาณ 28 – 30 วัน โดยผลิตครั้งละ 1 ใบ เมื่อไข่สุกจะหลุดออกจากรังไข่มาตามท่อรังไข่ ในระยะนี้ผนังมดลูกจะมีเลือดมาหล่อเลี้ยงเยื่อบุมดลูกมากขึ้น เพื่อเตรียมรอรับไข่ที่จะได้รับการผสมแล้ว จะมาฝังตัวลงที่เยื่อบุมดลูกตรงผนังมดลูกนี้และเจริญเติบโตเป็นทารก แต่ถ้าไข่ไม่ได้รับการผสมจากตัวอสุจิ ไข่จะสลายตัวไปพร้อมกับเยื่อบุมดลูก และจะออกมาพร้อมกับเลือด เรียกว่า ประจำเดือน